ทำงานที่บ้าน (WFH) มีสิทธิอะไร? สิทธิปฏิเสธติดต่องานนอกเวลา (ม.23/1)
"เลิกงานแล้วหัวหน้ายังไลน์สั่งงานตอนสามทุ่ม ต้องตอบไหม?" — คำถามยอดฮิตของยุค work from home ข่าวดีคือกฎหมายแรงงานไทยมีคำตอบให้แล้วครับ ผ่านมาตราที่เรียกกันว่า "สิทธิปฏิเสธการติดต่อ" (right to disconnect)
หมายเหตุ: เรื่องนี้อยู่ใน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 23/1 ที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อรองรับการทำงานที่บ้าน/นอกสถานที่ — รายละเอียดการปฏิบัติควรดูข้อตกลง WFH ของบริษัทประกอบ
WFH ต้องตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
การให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านหรือนอกสถานประกอบการ (WFH / remote) เป็นเรื่องที่ นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน และกฎหมายกำหนดให้ทำ ข้อตกลงเป็นหนังสือหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ไว้ให้ชัด ควรระบุเรื่องสำคัญ เช่น
- ช่วงเวลาทำงาน / เวลาพัก
- ขอบเขตงานและการควบคุมดูแล
- ค่าใช้จ่ายในการทำงาน (ค่าไฟ ค่าเน็ต อุปกรณ์)
ลูกจ้าง WFH มีสิทธิเท่าคนทำงานในออฟฟิศ
ลูกจ้างที่ทำงานที่บ้าน มีสิทธิเท่าเทียม กับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบการ — ทั้งเรื่องค่าจ้าง สวัสดิการ วันลา และการคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าอยู่บ้านแล้วจะถูกลดสิทธิลง
สิทธิปฏิเสธการติดต่อหลังเลิกงาน (right to disconnect)
นี่คือหัวใจของมาตรานี้ — เมื่อ สิ้นสุดเวลาทำงานปกติ หรือ ทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว ลูกจ้างมีสิทธิ ปฏิเสธที่จะติดต่อสื่อสารกับนายจ้างหรือหัวหน้างาน ได้ โดยไม่ถือเป็นความผิด
ข้อยกเว้นคือ ลูกจ้างได้ ให้ความยินยอมเป็นหนังสือไว้ล่วงหน้า ว่ายินดีให้ติดต่อนอกเวลา — ถ้าไม่ได้ยินยอมไว้ ก็มีสิทธิไม่ตอบหลังเลิกงานได้
เรื่องค่าใช้จ่าย (ไฟ/เน็ต)
กฎหมายไม่ได้บังคับให้นายจ้างต้องจ่ายค่าไฟ/ค่าเน็ตของลูกจ้างเสมอไป — เรื่องนี้ แล้วแต่ตกลงกัน จึงควรระบุให้ชัดในข้อตกลง WFH ตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลัง
สรุป
- WFH ต้องมี ข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร (หนังสือ/อิเล็กทรอนิกส์)
- ลูกจ้าง WFH มีสิทธิ เท่าเทียม ลูกจ้างในออฟฟิศ
- มี สิทธิปฏิเสธติดต่องานหลังเลิกงาน เว้นแต่ยินยอมเป็นหนังสือไว้ก่อน (ม.23/1)
- ค่าไฟ/ค่าเน็ต แล้วแต่ตกลง — ควรเขียนให้ชัดในข้อตกลง
- ดูเรื่องเวลาทำงาน/OT ต่อที่ ชั่วโมงทำงาน และ ค่าล่วงเวลา
มีปัญหาแรงงาน? ให้พี่สิทธิ์ช่วย
ปรึกษาเบื้องต้นฟรีผ่าน LINE · หากต้องฟ้องศาลแรงงาน ช่วยร่างคำฟ้องเบื้องต้นให้ได้
➕ เพิ่มเพื่อน ปรึกษาฟรี
พี่สิทธิ์